หลังจากนิสิตคณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอรายงานการศึกษาเชิงวิจัยเรื่อง "กิ๊ก...มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา "การศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน" ต่อ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ โดยรายงานดังกล่าวได้นำเสนอทัศนคติและค่านิยมความรักของวัยรุ่นไทย พร้อมทั้งพยายามวิเคราะห์ว่า พฤติกรรม กิ๊ก ของวัยรุ่นจะก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมหรือไม่
เรื่องนี้ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวแสดงความเห็นไว้ในรายการ ‘สภาท่าพระอาทิตย์’ ซึ่งออกอากาศทางยูบีซี 9 และส่งกระจายเสียงทางเอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ ว่าวัฒนธรรมของเด็กวัยรุ่นที่เริ่มจากการมี ‘กิ๊ก’ จำนวนมากถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะจะทำให้เด็กยุคนี้มีความเคารพเพศตรงข้ามน้อยลง ขณะเดียวกันก็จะทำให้สถาบันครอบครัวมีความอ่อนแอในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ยังได้ยกตัวอย่างสังคมของสหรัฐอเมริกา ว่าจากผลสำรวจเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา พบว่าเด็กอเมริกันกว่า 70 เปอร์เซ็นต์มีเพศสัมพันธ์ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นในสหรัฐฯ ก็มีการรณรงค์ให้เด็กงดมีเพศสัมพันธ์จนกระทั่งแต่งงาน และผลสำรวจล่าสุดพบว่า จำนวนเด็กที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยลดลงเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
“ตัวเลขดังกล่าวแปลว่าคนที่งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ จนกระทั่งแต่งงานเริ่มเยอะขึ้น เริ่มเห็นคุณค่ามากขึ้น และเขาจะชี้อันตรายเรื่องการติดเอดส์ เรื่องการติดโรคทางเพศต่างๆ รวมถึงงานวิจัยที่ชี้ว่าผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เสรี แนวโน้มจะเป็นโรคจิตซึมเศร้า ก็สูงกว่าเด็กปกติ ผมคิดว่าน่าจะหยิบช่วยรณรงค์ทางสื่อในบ้านเราเหมือนกัน บางทีอาจจะทำให้ผลกระทบทางเสียจากเรื่องกิ๊กน้อยลง เหลือแต่เรื่องที่เด็กกิ๊กกันไม่มีภัย ก็ไม่เป็นไร”
ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ
อาจารย์คณะคุรุศาสตร์ จุฬาฯ